ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุจิตรา ยางนอก และอาจารย์ ดร.จตุพร ดอนโสม อาจารย์ประจำสาขาวิชาการพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พร้อมด้วยศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของสาขาวิชา ได้รับเกียรติจากนิคมสร้างตนเองบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นคณะผู้ดำเนินการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานกลุ่มอาชีพ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษในพื้นที่นิคมสร้างตนเองบ้านกรวด (นิคม Next) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งดำเนินงานในช่วงเดือนมีนาคม–มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมอัตลักษณ์ของนิคมสร้างตนเองบ้านกรวด ผ่านการสนับสนุนกลุ่มอาชีพนำร่องในพื้นที่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสมาชิกนิคมและประชาชนในพื้นที่ให้มีความรู้ ทักษะ และโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งด้านการเกษตรและหัตถกรรม โดยเน้นการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มอาชีพ การสร้างรายได้ในครัวเรือน การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์ชุมชน ตลอดจนการอนุรักษ์และสืบสานอัตลักษณ์ของนิคมสร้างตนเองบ้านกรวด ควบคู่กับการติดตาม ประเมินผล และให้คำแนะนำเชิงวิชาการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานประกอบด้วยการสำรวจและวิเคราะห์บริบทชุมชน ศักยภาพ ทุนทางสังคม และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การจัดประชุมสนทนากลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางพัฒนา การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่ การวิเคราะห์ข้อมูลรายได้ของกลุ่มอาชีพ และการถอดบทเรียนเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน โดยพื้นที่ศึกษาครอบคลุมกลุ่มอาชีพนำร่อง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษบ้านโคกระเหย กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหินลาด กลุ่มทำไม้กวาดและดอกไม้จันทน์บ้านโนนค้อ และกลุ่มเกษตรกรปลูกยางพาราในอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์
ผลการประเมินพบว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษบ้านโคกระเหยมีความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการและมีประสบการณ์ดำเนินงานยาวนานกว่า 13 ปี มีองค์ความรู้ด้านการเกษตรปลอดสารพิษและเครือข่ายสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตาม กลุ่มยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลผลิตและรายได้ของสมาชิก ขณะที่กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหินลาดมีจุดเด่นด้านความสามัคคีและภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนและการขึ้นทะเบียน OTOP แล้ว แต่ยังประสบปัญหาด้านการตลาด เงินทุนหมุนเวียน และการขาดคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดอาชีพ รวมถึงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
สำหรับกลุ่มทำไม้กวาดและดอกไม้จันทน์บ้านโนนค้อ พบว่ามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มอยู่ในระดับสูง แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนหมุนเวียน การสืบทอดภูมิปัญญาจากสมาชิกสูงวัย และผลกระทบจากบริบทพื้นที่ชายแดน ขณะที่กลุ่มเกษตรกรปลูกยางพาราบ้านกรวดมีประสบการณ์ด้านการผลิตและการกรีดยางสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่ยังคงจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จำกัด อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูง ราคายางที่ผันผวน และภาระหนี้สินของสมาชิกจำนวนมาก
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การพัฒนากลุ่มอาชีพในพื้นที่ชนบทให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของชุมชน โดยกลุ่มปลูกผักมีความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ ขณะที่กลุ่มทอผ้าไหมและกลุ่มผลิตไม้กวาดและดอกไม้จันทน์ต้องการการสนับสนุนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า และช่องทางการตลาด นอกจากนี้ ทุกกลุ่มยังเผชิญความท้าทายร่วมกันจากโครงสร้างสมาชิกที่มีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินงานในอนาคต หากไม่มีการสร้างกลไกดึงดูดและพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ
คณะผู้ประเมินได้เสนอแนวทางการพัฒนาเชิงนโยบาย โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบน้ำสำหรับภาคการเกษตร การสร้างแบรนด์ชุมชน การขยายช่องทางการตลาด การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มอาชีพทั้ง 4 กลุ่มให้เกิดระบบนิเวศทางเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่นิคมสร้างตนเองบ้านกรวด และพัฒนาเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนชายแดนที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตต
#สาขาวิชาการพัฒนาสังคม
#คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
#มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์






























